รู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ

Last updated: Jan 18, 2019  |  161 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

รู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ

ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆได้  4 ประเภท

 

     1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle, HEV) ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปกติ และยังมีมอเตอร์ไฟฟ้ากับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดสามารถนำพลังงานกลที่เหลือหรือไม่ใช้ประโยชน์เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้ แต่จะไม่มีช่องให้เสียบปลั๊กหรือช่องชาร์จไฟจากแหล่งพลังงานภายนอกเข้าสู่ตัวรถ ตัวแบตเตอรี่จะมีขนาดเล็ก 

    การทำงานเมื่อรถเคลื่อนที่ มอเตอร์จะช่วยรถออกตัวด้วยระบบไฟฟ้า ก่อนที่เครื่องยนต์จะติดแล้วขับเคลื่อนต่อ   ในช่วงที่รถยนต์ใช้อัตราเร่งที่สูง เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันจะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังของยานยนต์ อัตราเร่งเพิ่มสูงขึ้น  ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงและมีอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์มีเครื่องยนต์ลูกสูบขนาดเดียวกัน     ในขณะที่การทำงานเมื่อรถติดหรือรถจอดหยุดนิ่ง  เมื่อมีแบตเตอรี่มากเพียงพอ เครื่องยนต์จะดับ แล้วดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างภายในรถ ทำให้ลดการใช้น้ำมันและมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์สันดาป

ตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่มีจำหน่ายได้แก่

 

 

·    2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle, PHEV)  ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปกติ  รวมทั้งมีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมทั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้ารวมอยู่ในรถคันเดียวกันทั้ง 2 ระบบ สามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟจากแหล่งพลังงานภายนอกเข้าสู่แบตเตอรี่ในตัวรถได้   สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด  สามารถชาร์ทไฟได้ทั้งแบบธรรมดา ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ AC  ชาร์ทด้วยสายชาร์ทหรือเครื่องชาร์ทแบบWallbox  และการชาร์ทไฟแบบรวดเร็ว ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง DC ตามสถานีชาร์ท

 การทำงานรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดนั้น หากรถยนต์มีพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่เพียงพอ  รถยนต์มักจะเลือกใช้พลังงานจากแบตเตอรีไฟฟ้าก่อนเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเครื่องยนต์จะยังไม่ถูกใช้งาน แต่เมื่อต้องการอัตราเร่งและกำลังที่สูงขึ้นมากกว่าที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานได้  เมื่อผู้ขับเหยียบคันเร่งมากขึ้น เครื่องยนต์จะถูกติดขึ้นมาช่วย โดยเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันจะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังของยานยนต์ จึงทำให้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมีอัตราเร่งและความแรง ที่ดีกว่ารถยนต์ธรรมดามีเครื่องยนต์ลูกสูบขนาดเดียวกัน 

  แต่ทว่าการวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอาจจะได้ระยะทางไม่ไกลนัก    โดยมากระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้งได้ราว 30-50 กิโลเมตร (ขึ้นกันขนาดแบตเตอรี่ของรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น) โดยในขณะขับขี่สามารถชาร์ทไฟกลับได้บางส่วน  ทั้งนี้เพราะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสามารถนำพลังงานที่เหลือจากการเบรค ชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรีรถยนต์ได้อีกด้วย  ส่วนการวิ่งระยะทางไกล ก็ใช้การวิ่งด้วยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อจากพลังงานไฟฟ้า

ตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด ที่มีจำหน่ายได้แก่



 


   3. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle, BEV) ใช้เฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่เท่านั้น  ในการให้กำลังรถยนต์เคลื่อนที่  ไม่มีเครื่องยนต์แบบสันดาปที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การทำงานของรถจึงเงียบ ไม่มีไอเสียจากการเผาไหม้ ไม่ปล่อยมลพิษสู่อากาศ  การใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวทำให้ชิ้นส่วนประกอบต่างๆในรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่  มีจำนวนน้อยลงมากเมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์แบบสันดาปที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การบำรุงรักษาจึงง่าย สะดวก และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า  ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกิโลเมตรก็ถูกลงเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันเชื้อเพลิง

  ระยะทางในการวิ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบขนาดและชนิดของแบตเตอรี่ ปัจจุบันเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่พัฒนาไปมาก ทั้งขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่มากขึ้น ราคาแบตเตอรี่ที่ลดลง รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 200-500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเพียง 1 ครั้ง ตัวอย่างเช่น รถยนต์นิสสัน ลีฟ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 40 Kwh วิ่งได้ระยะยาง 311 กม.ต่อการชาร์ทไฟ 1ครั้ง*  

ตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ที่มีจำหน่ายได้แก่

     ที่มา : ข้อมูลจากโบรชัวร์ HUYNDAI Iconic

     ที่มา :ข้อมูลจากโบรชัวร์ KIA Soul EV


     ที่มา :ข้อมูลจากโบรชัวร์ นิสสัน ลีฟ 
 

 



·    4. รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle, FCEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน และใช้พลังงานที่ผลิตจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ซึ่งใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากการเติมเชื้อเพลิงภายนอก คือเติมจากสถานีเติมไฮโดรเจนเข้าสู่รถ ประสิทธิภาพของเซลล์เชื้อเพลิงมีค่าสูงถึง 60% และความจุพลังงานจำเพาะที่สูงกว่าแบตเตอรี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  โดยไม่มีการปล่อยมลพิษและCO2 ออกจากยานยนต์โดยตรง มีเพียงการปลดปล่อยน้ำเท่านั้น  รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงจึงเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสำหรับอนาคต แต่อย่างไรก็ดีการพัฒนายังมีข้อจำกัดในเรื่องการผลิตไฮโดรเจน  และโครงสร้างพื้นฐานการสร้างสถานีเติมไฮโดรเจนรองรับ

 

     ที่มา : Electric Vehicle Assoiation of Thailand

 

 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเครื่องชาร์ทรถยนต์ไฟฟ้า : คลิก

 

 

*ข้อมูลจากโบรชัวร์ นิสสัน ลีฟ https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/leaf.html

 

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com